Call Us: 02-047-7278,091-803-0578

TREATMENTS...รากฟันเทียม (Dental Implant)


ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant)

ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant) คือวิธีการปลูกรากเทียมหรือรากฟันเทียมทดแทนรากฟันจริง เพื่อให้สามารถมีฟันจริงได้เหมือนเดิม เพื่อเป็นฐานให้แก่ฟันที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ โดยจะฝังวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันลงบนกระดูกขากรรไกร เพื่อช่วยให้ฟันปลอมภายในช่องปากทั้งชนิดถอดได้และ ชนิดติดแน่นยึดเกาะได้ดี โดยอาจใช้รากเทียม เพื่อการใส่ฟันปลอม 1 ซี่หรือมากกว่านั้น ในบางกรณีการใส่ฟันปลอมทั้งปากก็อาจใช้ รากเทียมเพียงตัวเดียวได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ใช้ในการยึดเกาะของฟันปลอมแต่ละซี่
การรักษาด้วยรากฟันเทียม เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้สูญเสียฟัน ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ ซึ่งการใช้ฟันปลอมแบบถอดได้ จะเกิดความไม่สะดวกในการใช้งาน การพกพอ และความสวยงาม รวมถึงผลข้างเคียง จากการที่กระดูกบริเวณที่สูญเสียฟันไปนั้นยุบตัวเนื่องจากกระดูกละลาย เนื่องจากไม่มีฟันให้กระดูกบริเวณนั้นยึดเกาะไว้

รากฟันเทียมประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่สำคัญคือ

  1. รากเทียม (Implant) ทำมาจากโลหะไทยทาเนียม มีลักษณะคล้ายรากฟันจริง รากเทียมนี้จะฝังอยู่บริเวณกระดูกขากรรไกร สามารถยึดติดได้แน่นโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นอักเสบหรือเกิดผลข้างเคียงใดๆ
  2. เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เมื่อฝังรากเทียมบนกระดูกขากรรไกรจะใช้เวลาประมาณ 4-6เดือนเพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี หลังจากนั้นจึงจะใส่เดือยรองรับครอบฟันลงบนรากเทียม เพื่อใช้เป็นที่สำหรับครอบฟันต่อไป
  3. ครอบฟัน (Crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านนอกของเหงือก ทำมาจากเซรามิค (porcelain) มีลักษณะและสีเหมือนฟันธรรมชาติ
     

ข้อดีของทันตกรรมรากเทียม

  • สวยงาม ยิ้มด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเหมือนใส่ฟันปลอม
  • รับประทานอาหารได้ทุกชนิดที่คุณชื่นชอบ เคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พูดจาชัดถ้อยชัคคำเป็นธรรมชาติ
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ทำให้อาหารย่อยได้ดีขึ้น
  • ทำให้โครงสร้างของใบหน้าให้เกิดความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
  • สร้างความมั่นใจ และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น
  • ไม่ต้องกรอฟันเพื่อใส่สะพานฟัน
     

การดูแลรักษารากฟันเทียม
การดูแลรักษารากฟันเทียมนั้น สามารถทำได้เหมือนฟันธรรมชาติที่เรามี แม้ว่ารากฟันเทียมจะไม่มีปัญหาเรื่องฟันผุ เพราะรากฟันเทียมนั้นทำมาจากโลหะ แต่เราก็ยังต้องระวังและดูแลรักษาให้เหมือนกับฟันธรรมชาติ เพราะปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับรากฟันเทียมก็คือโรคเหงือกอักเสบ เพราะถ้าดูแลไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบขึ้นได้ และถ้าปล่อยไว้นาน ก็อาจก่อให้เกิดโรคเหงือกอักเสบชนิดเรื้อรัง ซึ่งจะส่งผลให้กระดูกที่รองรับรากฟันละลาย ทำให้กระดูกที่รองรับรากฟันเทียมมีไม่มากพอ และผลสุดท้ายก็จะทำให้รากฟันเทียมซี่นั้นๆ และทำให้เกิดการสูญเสียฟันได้ในที่สุด
ดังนั้นการดูแลรักษาช่องปากที่ถูกวิธี โดยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี และการใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วยอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ทั้งฟันธรรมชาติ และฟันเทียม สะอาด และปลอดภัยจากเชื้อโรคที่อาจก่อให้เกิดการสูญเสียฟันได้